ความหมายของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น

ลูกหนี้การค้า คือ ลูกหนี้ที่เกิดจากการซื้อขายหรือการทำธุรกิจกับผู้ขายหรือซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ โดยธนาคารหรือบริษัทที่ให้บริการเครดิตอาจจะมีบทบาทในการจัดสรรเงินทุนหรือเงินสดให้แก่ลูกค้า แล้วลูกค้าจะต้องชำระเงินคืนในระยะเวลาที่กำหนด การเก็บเงินของลูกหนี้การค้าส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาที่กำหนด หากลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนด นักลงทุนก็อาจมีสิทธิที่จะเรียกเก็บดอกเบี้ยหรือเรียกคืนเงินที่ยืมกับลูกค้า

ลูกหนี้อื่น คือ ลูกหนี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้าขาย เช่น ลูกหนี้จากการให้ยืมเงินเพื่อเพิ่มทุนการดำเนินธุรกิจ ลูกหนี้จากการใช้บัตรเครดิต ลูกหนี้ที่เกิดจากการผ่อนชำระสินค้าหรือบริการ หรือลูกหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

โดยลูกหนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อแทบทั้งสิ้น ซึ่งการให้สินเชื่อนั้นเป็นความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ทุกธุรกิจที่มีการขายเชื่อจึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ ซึ่งแต่ละหน่วยงานอาจมีการกำหนดรายละเอียดหลักการให้สินเชื่อที่แตกต่างกัน แต่การวิเคราะห์การให้สินเชื่อจะมีหลักการคล้ายกัน คือ หลักการให้สินเชื่อ ดังนี้

หลักการให้สินเชื่อ

สินเชื่อในแง่ของการค้า หมายถึง ความเชื่อถือที่ผู้ขายมีต่อผู้ซื้อ จึงยินยอมมอบสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ซื้อก่อน โดยมีข้อตกลงว่าจะชำระค่าสินค้าหรือบริการในวันข้างหน้าตามแต่จะตกลงกัน ทำให้เกิดความเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ต่อกัน การให้สินเชื่อเป็นการเพิ่มอำนาจในการซื้อของลูกค้า และสามารถทำให้กิจการเพิ่มยอดขายได้ แต่ต้องรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ดังนั้นธุรกิจต้องมีการกำหนดนโยบายให้เหมาะสม โดยทั่วไปมักจะใช้หลัก 5C หรือ หลัก 5P ดังนี้

หลัก 5C ในการประเมินสินเชื่อ

เป็นหลักการที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของการให้สินเชื่อหรือการกู้ยืมเงิน โดยจะพิจารณาด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้:

1. ความสามารถในการชำระหนี้ (Capacity): หมายถึงความสามารถของผู้กู้ในการชำระเงินคืนสินเชื่อ โดยประเมินจากรายได้ที่มีอยู่และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น รายได้เฉลี่ยต่อเดือน การจ่ายเงินค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

2. เงินทุน (Capital): หมายถึงทรัพย์สินที่ผู้กู้มี เช่น เงินเฟ้อ บ้าน รถยนต์ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ที่สามารถใช้เป็นประกันในกรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินคืนได้

3. หลักประกัน (Collateral): หมายถึงสิทธิหรือทรัพย์สินที่ผู้กู้จะใช้เป็นประกันในกรณีที่ไม่สามารถชำระเงินคืนได้ เช่น การมีคนค้ำประกัน หรือการใช้ทรัพย์สินอื่น ๆ เป็นประกัน

4. คุณสมบัติ (Character): หมายถึงความน่าเชื่อถือและประวัติทางการเงินของผู้กู้ เช่น ประวัติการชำระหนี้ในอดีต ประวัติการกู้ยืมเงิน หรือความประพฤติทางการเงินอื่น ๆ

5. เงื่อนไข (Conditions): หมายถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจหรือสภาพแวดล้อมที่อาศัยอาจมีผลต่อการชำระเงินคืนหรือการให้สินเชื่อ เช่น ปัจจัยเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อธุรกิจของผู้กู้ หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายการกู้ยืมของธนาคาร

หลัก 5P ในการประเมินสินเชื่อ

เป็นอีกหลักที่สามารถช่วยในการตัดสินใจรวมถึงการพิจารณาการให้สินเชื่ออย่างรอบคอบ

1. บุคคลหรือนิติบุคคล ( People ) เป็นการพิจารณาตัวบุคคลว่ามีความรับผิดชอบเพียงใด มีลักษณะในการบริหารทางการเงินอย่างไร มีความสำเร็จทางธุรกิจมากน้อยเพียงใด เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือหรือไม่

2. วัตถุประสงค์ ( Purpose ) พิจารณาถึงความต้องการในการกู้เงินว่านำเงินนั้นไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ โดยวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ คือ ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชำระเจ้าหนี้อื่น และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

3. การชำระหนี้ ( Payment ) พิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ มีประวัติการชำระหนี้อย่างไร และความสามารถในการทำกำไรของกิจการ โดยดูจากงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด ทั้งอดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต

4. การป้องกันความเสี่ยง ( Protection ) พิจารณาและหาแนวทางลดความเสี่ยง โดยพิจารณาจาก

  • ปัจจัยภายใน พิจารณาจากผู้กู้ว่ามีความรับผิดชอบมากเพียงใด
  • ปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ การเมือง พิจารณาว่าหากธุรกิจไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้หรือไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้จะมีบุคคลภายนอกเข้ามารับผิดชอบหรือไม่

5. ศักยภาพ ( Prospect ) พิจารณาจากผลได้เสียที่เกิดขึ้นในอนาคตว่าคุ้มค่าเหมาสมหรือไม่ เช่น เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับการเสี่ยงภัยในธุรกิจ

โดยหลัก 5C และหลัก 5P เป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงและความพึงพอใจของธนาคารหรือสถาบันการเงินในการให้สินเชื่อ โดยการวิเคราะห์และประเมินจะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถตัดสินใจว่าจะให้สินเชื่อหรือไม่ให้สินเชื่อแก่ผู้ขอสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้การจัดการลูกหนี้เป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจ เนื่องจากลูกหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมอาจส่งผลให้ธุรกิจเผชิญกับปัญหาทางการเงิน เพื่อป้องกันปัญหาเช่นนี้ ธุรกิจควรมีนโยบายการเลือกลูกค้า การตรวจสอบเครดิต การกำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน และการติดตามการชำระหนี้ให้สม่ำเสมอค่ะ