ธุรกิจกับการขนส่งถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าขาย ปัจจุบันมีธุรกิจ อีคอมเมิร์ซเกิดขึ้น ทำให้เชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ยิ่งทำให้ธุรกิจขนส่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่นี้เราจะมาอธิบายถึงความหมายและภาระภาษีของสัญญารับขนของกันค่ะ

ความหมายสัญญารับขนของ

สัญญารับขนของไม่ได้มีความหมายที่กำหนดไว้แน่นอน ดังนั้นจะขออธิบายถึงสัญญารับขนของให้เข้าใจง่ายๆ คือ สัญญาที่ผู้ขนส่งตกลงเป็นผู้รับขนส่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อสิ่งตอบแทน โดยผู้ขนส่งนั้นต้องประกอบอาชีพทางการขนส่ง (หากไม่ได้ประกอบอาชีพการขนส่ง การให้บริการขนส่งจะถือเป็นสัญญจ้างทำของ) สำหรับคู่สัญญาอีกฝ่าย คือ ผู้ส่ง มีหน้าที่ชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ขนส่ง และสุดท้ายคือส่วนของผู้รับปลายทาง

ภาระภาษีสำหรับสัญญารับขนของ

โดยหากท่านเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนท่านจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

  1. กรณีเป็นผู้ขนส่ง ค่าระวางพาหนะ ค่าธรรมเนียม หรือประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากการขนส่งที่ได้รับต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ หรืออัตราของ SME ขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการ
  2. กรณีเป็นผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง สามารถนำรายจ่ายค่าขนส่งไปหักออกจากรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิได้

กลับกันหากท่านเป็นผู้ประกอบการในรูปแบบของบุคคลธรรมดาท่านจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่ท่านจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแทน

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  1. สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 60 หรือหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้
  2. เงินที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน ต้องนำมารวมคำนวณและเสียภาษีครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 30 กันยายนของปีเดียวกัน
  3. เงินได้ที่ได้รับทั้งปีต้องนำมารวมคำนวณและเสียภาษีประจำปีตามแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป โดยอัตราภาษีของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีลักษณะเป็นอัตรขั้นบันได ระหว่าง 5%-35%

(สามารถอ่านเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติม ได้ที่นี่)

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ทั้งนี้ไม่ว่าท่านจะประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากท่านได้รับเงินจากผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลท่านจะถูกหักภาษีในอัตราร้อยละ 1 ของค่าขนส่ง และท่านจะไม่ถูกหักหากผู้ว่าจ้างของท่านเป็นเพียงบุคคลธรรมดา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ได้รับยกเว้น เนื่องจากการบริการขนส่งในประเทศได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ดีแม้การขนส่งในประเทศจะได้รับยกเว้น แต่หากเป็นการขนส่งที่มาจากการขายสินค้าหรือให้บริการ ค่าขนส่งนั้นจะไม่ได้รับยกเว้นเสมอไป กล่าวคือ ถ้าไม่ได้ประกอบอาชีพขนส่งจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 แต่ถ้าผู้ประกอบกิจการประกอบอาชีพขนส่งอยู่แล้ว และแยกค่าขนส่งออกจากราคาสินค้าหรือค่าบริการ ค่าขนส่งจะไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาสินค้าหรือบริการ ซึ่งก็คือจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นเอง

อากรแสตมป์

ไม่ต้องติดอากรแสตมป์เพราะไม่ใช่ตราสาร

      ทั้งหมดนี้คือภาษีสัญญารับขนของภายในประเทศคร่าวๆที่ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการขนส่งควรรู้ เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของกิจการขนส่งเอง