ในปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาทำอาชีพ Youtuber กันมากขึ้นเนื่องจากเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ได้จำนวนมาก เพราะเว็บไซต์ YouTube มีผู้ใช้งานกว่า 1/3 ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลก และเนื้อหาใน YouTube นั้นสามารถแปลเป็นภาษาต่างๆได้มากมายและเข้าถึงคนจากประเทศต่างๆทั่วโลก

รายได้จาก Youtuber มาจากช่องทางไหนกันบ้างล่ะ ในที่นี้เราจะมาอธิบายให้ฟัง

  1. รายได้จากยอดดูวิดีโอโฆษณาที่แสดงอัตโนมัติในคลิปวิดีโอของคุณ ยิ่งยอดการดูเยอะ เราก็จะได้เงินเยอะ ซึ่งการจะได้เงินจาก YouTube นั้น ต้องเข้าเกณฑ์ของ YouTube ก่อน โดยจะต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1000 คน และชั่วโมงดูจากคนดูรวมอย่างน้อย 4000 ชั่วโมง ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
  2. รายได้จากการรับรีวิวสินค้าหรือบริการ คือ เงินที่ผู้ประกอบการจ่ายให้ YouTube เพื่อให้แนะนำสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการ
  3. รายได้จากการขายสินค้าที่เกี่ยวกับช่อง YouTube ของตัวเอง

การเป็น YouTuber ต้องเสียภาษีเหมือนอาชีพอื่นไหม

ไม่ว่าคุณจะเป็น YouTuber หรือทำอาชีพอะไร เราทุกคนก็ต้องเสียภาษีเหมือนกันหมด ถ้ารายได้รวมทั้งปีของเรามีจำนวนไม่เกิน 150,000 ต่อปี ก็จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่อาชีพ YouTuber กฎหมายให้เสียภาษีโดยตรง ดังนั้นการคิดภาษีจะขึ้นอยู่กับที่มาของรายได้ โดยหลัก ๆ จะมีด้วยกัน 3 แบบคือ

  • รายได้จากการโฆษณา เช่น ยอดวิว รายได้ส่วนนี้จะเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ที่ต้องหักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • รายได้จากสปอนเซอร์ รายได้ในส่วนนี้จะเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 หรือ 8 ก็ได้ซึ่งถ้าเป็นการทำงานแลกเงินแบบปกติ จะต้องเสียภาษีเงินได้ในประเภทที่ 2 แต่ถ้ามีการจ้างคน มีค่าใช้จ่ายลงทุนสูง ก็จะต้องเสียภาษีเงินได้ในประเภทที่ 8
  • รายได้จากการออกอีเว้นท์โชว์ตัว จะต้องเสียภาษีเงินได้ในประเภทที่ 2 แต่ถ้าเปลี่ยนจากการเป็น YouTuber ไปเป็นนักแสดง เงินในส่วนนี้จะต้องเสียภาษีเงินได้ในประเภทที่ 8

(สามารถอ่านเงินได้ทั้ง 8 ประเภทได้ที่นี่)

เสียภาษีเมื่อไหร่ ที่ไหน
สำหรับ YouTuber นั้นกฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีปีละ 2 ครั้ง คือ
1. ภาษีครึ่งปี (ภงด.94)
แบบกระดาษ ยื่นแบบภายใน 30 กันยายน ของทุกปีหากมีเงินได้ถึง 60,000 บาท โดยสามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
แบบออนไลน์ ยื่นแบบภายในวันที่ 8 ตุลาคม ของทุกปีหากมีเงินได้ถึง 60,000 บาท โดยสามารถยื่นได้ทั้งแบบผ่านเว็บไซต์ www.rd.go.th
2. ภาษีประจำปี (ภงด.90)
แบบกระดาษ ยื่นแบบภายใน 31 มีนาคม ของทุกปีหากมีเงินได้ถึง 120,000 บาท โดยสามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
แบบออนไลน์ ยื่นแบบภายในวันที่ 8 เมษายน ของทุกปีหากมีเงินได้ถึง 120,000 บาท โดยสามารถยื่นได้ทั้งแบบผ่านเว็บไซต์ www.rd.go.th

ทั้งนี้หากรายได้ดังกล่าวข้างต้นมียอดรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปีปฏิทินท่านอาจจะต้องทำการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีกด้วย