“การสำแดงเท็จ” เป็นการยื่นข้อมูลหรือเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการนําเข้า ส่งออกสินค้าไม่ตรงกับหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงหรือปฏิบัติตามกฎหมายไม่ถูกต้องในการนําเข้าและส่งออก แก่กรมศุลกากรเพื่อเสียอากร

ความผิดฐานสำแดงเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา สามารถแยกพิจรณาได้ดังนี้

1. ผู้กระทำ คือ บุคคลใดๆก็ตามที่เป็นผู้กระทำความผิด โดยจะหมายถึงบุคคลธรรมดา และในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำผิด กรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคลใดที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ก็อาจต้องรับผิดชอบทางอาญาด้วย

2. การกระทำ คือ การสำแดงข้อมูลในใบขนส่งสินค้าหรือการส่งข้อมูลใดๆผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรไม่ตรงกับความเป็นจริงสำหรับการนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

รูปแบบการสำแดงเท็จมีหลายรูปแบบ เช่น

  • การแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้อากรเกินจากที่ต้องชำระ หรืออากรที่ต้องชำระขาดหายไป
  • การแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ แต่ไม่มีผลกระทบต่อค่าอากรที่จะต้องเสีย
  • การแสดงข้อมูลในใบขนสินค้าไม่ถูกต้อง แต่ไม่มีผลกระทบต่อค่าอากรที่จะต้องเสีย
  • การแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์แต่มีข้อเท็จจริงและหลักฐานเห็นได้ว่าเกิดจากผู้กระทำความผิดไม่ระมัดระวังให้เพียงพอ
  • การแสดงชนิดหรือปริมาณของใช้ในบ้านและของใช้ส่วนตัวในใบขนสินค้าคลาดเคลื่อนจากของที่นำเข้าจริงเพียงเล็กน้อยและเห็นได้ว่าไม่ได้นำเข้ามาเพื่อประโยชน์ทางการค้า

3. เจตนาหรือไม่เจตนาก็ผิด ความผิดทางอาญา บุคคลจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา แต่ความผิดฐาน สำแดงเท็จ แม้ไม่มีเจตนาก็ต้องรับผิด

4. โทษตามกฎหมายและการเปรียบเทียบระงับคดี โทษผู้กระทำผิดฐานสำแดงเท็จต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท ความผิดฐานสำแดงเท็จเป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวจึงสามารถระงับคดีได้หากผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดได้ยินยอมในการเปรียบเทียบระงับคดี

สรุป