ภาษีสรรพสามิต คือ ภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภทโดยต้องรับภาระภาษีสูงกว่าปกติ โดยประเภทสินค้าที่รัฐบาลมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นสินค้าจำพวก สินค้าที่บริโภคแล้วอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ และ ศีลธรรมอันดี มีลักษณะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย หรือเป็นสินค้าและบริการที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากกิจการของรัฐบาล

สินค้าและบริการที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต

  1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น เป็นต้น
  2. เครื่องดื่ม
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้า เฉพาะเครื่องปรับอากาศและโคมระย้าที่ทำจากแก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลอี่น ๆ
  4. แบตเตอรี่
  5. แก้วและเครื่องแก้ว
  6. รถยนต์ เช่น รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
  7. รถจักรยานยนต์
  8. เรือ และยานพาหนะทางน้ำที่ใช้เพื่อความสำราญ
  9. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง
  10. พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่น เฉพาะที่ทำด้วยขนสัตว์
  11. หินอ่อนและหินแกรนิต
  12. สารทำลายชั้นบรรยากาศ คือ สารเคมีสังเคราะห์ประเภทไฮโดรคาร์บอน เมื่อมีการสะสมในชั้นบรรยากาศจะ ทำให้ชั้นโอโซนถูกทำลาย
  13. สุรา
  14. ยาสูบ
  15. ไพ่
  16. กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ
  17. กิจการเสี่ยงโชค
  18. กิจการที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เช่น สนามกอล์ฟ
  19. กิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ เช่น โทรคมนาคม สลากกินแบ่งรัฐบาล (ยกเว้นภาษี)

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิต

  1. ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรม
  2. ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
  3. ผู้นำเข้าสินค้า
  4. บุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น

– เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน
– ผู้จัดการมรดก หรือทายาทผู้ได้รับมรดกสินค้านำเข้าที่ได้รับการยกเว้นหรือลดอัตราภาษี
– ผู้ชำระบัญชี และกรรมการผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลิกกิจการ โดยมีการชำระบัญชี
– ผู้ดัดแปลงรถยนต์

จากข้างต้นจะเห็นได้ว่าภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่มีลักษณะเป็นภาษีทางอ้อม แม้ว่าผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการจะเป็นผู้ที่กฎหมายกำหนดให้เสียภาษีสรรพสามิต อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตเหล่านี้ก็จะทำการขึ้นราคาสินค้าหรือบริการผู้บริโภคอยู่ดี