บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลส่วนใหญ่จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งหากำไร ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจใหญ่ๆ คือ ธุรกิจขายสินค้าและให้บริการ ดังนั้นเมื่อกิจการมีรายได้จะต้องนำรายได้มารับรู้เป็นรายได้โดยการบันทึกบัญชี

รายได้ตามหลักบัญชีจะประกอบไปด้วย

1. รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ คือ รายได้ที่เกิดจากการขายสินค้า สิทธิ หรือบริการ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทเพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินสด

2. รายได้อื่น คือ รายได้จากการดำเนินงานนอกจาก ข้อ 1 เช่น รายได้จากการขายสินทรัพย์ รายได้จากดอกเบี้ย เป้นต้น ดันนั้น รายได้อื่นอันเป็นผลพลอยได้จากธุรกิจ เป็นรายได้ทางอ้อม ทั้งสิ้น

รายได้อื่นกับภาษีที่เกี่ยวข้อง
ในที่นี้เราจะมายกตัวอย่างรายได้อื่นที่เกิดขึ้นประจำกับภาษีที่เกี่ยวข้อง ของแต่ละรายได้กัน

1. กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน

หากกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีการจำหน่ายทรัพย์สินจะต้องเสียภาษีขาย ทั้งนี้ไม่ว่าเมื่อซื้อทรัพย์สินมาจะมีภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ก็ตาม ส่วนกำไรจากการจำหน่ายต้องนำมารวมคำนวณเป็นกำไรของบริษัทตอนปลายปี

2. กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ซึงมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้วิธีคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไป

3. ดอกเบี้ยรับ

ดอเบี้ยรับเป็นรายได้ที่อาจเกิดจากการนำเงินไปฝากธนาคาร การให้กู้ยืมเงิน หรือนำของกิจการไปหาประโยชน์ เช่น นำไปซื้อพันธบัตร นำไปฝากตั๋วสัญญาใช้เงิน เป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

4. เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไร

เมื่อกิจการได้นำเงินไปลงทุนในกิจการอื่น ต่อมากิจการนั้นมีกำไรและได้จ่ายเงินปันผล เงินปันผลที่ได้รับถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยทั่วไปแล้วเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 10 เงินปันผลจะยกเว้นไม่เป็นรายได้ต้องเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร

5. ค่าปรับหรือดอกเบี้ยที่ผิดสัญญา

เมื่อมีการขายหรือซื้อสินค้า ให้หรือรับบริการ แล้วมีความผิดพลาดหรือเกิดการชำระเงินล่าช้า ถือเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

6. รายได้จากการขายเศษวัสดุ

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในระหว่างประกอบธุรกิจอาจมีเศษวัสดุเหลืออยู่ เช่น กระดาษ เศษผ้า เศษเหล็ก หากขายออกไป จะถือเป็นรายได้ประเภทหนึ่งที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย