ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ พนักงาน หรือบุคคลอื่น อาจเคยให้ยืมใช้สินค้ากับบุคคลอื่นๆใช้เพื่อกิจการหรือเพื่อส่วนตัวเพื่อให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ได้ใช้สอยประโยชน์ในทรัพย์สินที่ยืมมาตามความประสงค์ ซึ่งถือเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้แก่กัน

โดยหลักของกฎหมายแล้ว สัญญายืมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สัญญายืมใช้คงรูป และสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง

  1. สัญญายืมใช้คงรูป หมายถึง สัญญาที่ ผู้ให้ยืม ให้ ผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อได้ใช้เสร็จแล้ว ดังนั้น สัญญายืมจึงเป็นสัญญาที่ไม่มีค่าตอบแทน

  2. สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง หมายถึง สัญญาที่ผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นไปเป็นปริมาณที่มีกำหนดให้แก่ ผู้ยืมไปและผู้ยืมตกลงจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภทและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินที่ให้ยืมในสัญญา โดยจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมมา

หลายๆคนอาจสับสนระหว่างสัญญาเช่ากับสัญญายืม เนื่องจากทั้ง 2 สัญญานี้มีความคล้ายกันในหลายๆด้าน โดย ผู้ให้เช่า ตกลงให้ ผู้เช่า ได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินในระยะเวลาที่กำหนดไว้ และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่า ดังนั้น สัญญาเช่าจึงเป็นสัญญาที่มีค่าตอบแทน

ปัญหาภาษีอากรเกี่ยวกับการยืม

1. กรณียืมใช้คงรูป เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า

ตัวย่าง : กรณีบริษัท A ให้บริษัท B ยืมสินค้า โดยออกใบยืมสินค้าเมื่อเดือนมีนาคม 2565 กรณีนี้ถือเป็นการขายสินค้า บริษัท ส. (ผู้ให้ยืม) ต้องออกใบกำกับภาษี (ขาย) ทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า

2. กรณียืมใช้คงรูป เข้าลักษณะเป็นการให้บริการ

ตัวอย่าง : กรณีบริษัท A ได้ทำสัญญาให้บริษัท B ผลิตสินค้าตามแบบและในปริมาณที่บริษัท C กำหนด โดยสินค้าที่สั่งผลิตไม่มีการวางขายในท้องตลาดทั่วไป และมีความแตกต่างจากสินค้าที่บริษัท B ผลิตขายให้กับลูกค้ารายอื่นๆ นอกจากนั้นบริษัท A เป็นผู้สั่งซื้อวัตถุดิบจากประอังกฤษมาขายให้กับบริษัท B เพื่อผลิตสินค้าให้บริษัท A เป็นการเฉพาะ และให้ยืมเครื่องมือ เครื่องจักร และแม่พิมพ์ เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าให้บริษัท A โดยไม่มีค่าตอบแทนสัญญาระหว่างบริษัท A และบริษัท B จึงเป็นสัญญาที่มุ่งผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ เข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของและถือเป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อบริษัท C จ่ายค่าจ้างให้บริษัท B บริษัท A จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0

3. กรณียืมใช้สิ้นเปลือง เช่น

– กรณีการยืม-ให้ยืมน้ำมัน เนื่องจากน้ำมันคือทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไป เมื่อบริษัทใดให้ผู้อื่นยืมน้ำมัน ถือได้ว่าผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในน้ำมันนั้นให้กับผู้ยืมไปแล้ว ไม่ใช่เพียงการโอนครอบครองเท่านั้น จึงเข้าลักษณะเป็นการยืมใช้ สิ้นเปลือง

– กรณีการแลกปลี่ยน เมื่อบริษัทน้ำมันได้นำน้ำมันซึ่งถือเป็นสินค้าไปแลกเปลี่ยนกับผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยน โดยคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างโอนกรรมสิทธิ์ในน้ำมันให้แก่กันและกัน เข้าลักษณะเป็นการขายทันที่ที่มีการแลกเปลี่ยนน้ำมัน ผู้นำน้ำมันไปแลกเปลี่ยนดังกล่าว มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และเรียกเก็บภาษีซื้อจากผู้รับแลกเปลี่ยน

ดังนั้นเมื่อได้มีการยืม-ให้ยืมน้ำมัน หรือแลกเปลี่ยนน้ำมัน ถือเป็นการขายสินค้า ผู้ให้ยืมสินค้าหรือผู้ที่นำสินค้าไป แลกเปลี่ยนต้องออกใบกำกับภาษีทันทีที่มีการส่งมอบสินค้า

สรุป

การยืมสินค้ามีหลายลักษณะทั้งแบบสินค้าคงรูปและแบบสินค้าใช้สินเปลือง ซึ่งการยืมสินค้าในแต่ละแบบจะมีภาระภาษีแตกต่างกัน โดยหลักแล้วหากเป็นกรณีการให้ยืมสินค้าแบบคงรูปจะพิจารณาว่าผู้ให้ยืมได้โอนกรรมสิทธิ์ไปยังผู้ยืมหรือไม่เป็นสำคัญ หากสินค้าที่นำมาให้ยืมนั้นผู้ให้ยืมไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในสินค้านั้นให้แก่ผู้ยืม และผู้ยืมได้นำสินค้าตัวที่ยืมนั้นไปคืนแก่ผู้ให้ยืม กรณีดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า