ทุกคนอาจจะเคยเห็นการจัดบูธขายของหรือแสดงสินค้าตามห้างกันมาบ้าง ซึ่งการจัดบูธในห้างสรรพสินค้าแบบนี้นั้นจะเป็นสัญญาให้เช่าพื้นที่ทั้งสิ้น โดยที่ห้างยังคงเป็นผู้ควบคุมดูแลอาคารตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่า เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดอาคาร

สัญญาให้เช่าพื้นที่กับสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์มีความแตกต่างกันอย่างไร?

สัญญาทั้งสองอย่างนี้ความแตกต่างจะอยู่ที่การส่งมอบและการครอบครอง ถ้าเป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์จะต้องมีการ ส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินที่เช่า แต่ถ้าเป็นสัญญาให้ใช้พื้นที่จะไม่มีการส่งมอบการครอบครองพื้นที่ ผู้ใช้พื้นที่จะมีเพียงสิทธิในการใช้พื้นที่ภายใต้ขอบเขตหรือวัตถุประสงค์ของสัญญาเท่านั้น

เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นผู้ระกอบการหรือคู่สัญญาควรระบุเนื้อหาของสัญญาไว้ให้ชัดเจน และเมื่อคู่สัญญาได้ระบุเนื้อหาไว้ชัดเจนแล้วการปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อเท็จจริงของคู่สัญญาก็ควรเป็นไปตามที่ระบุในสัญญาด้วย มิเช่นนนั้น เจ้าพนักงานประเมินอาจมองว่าคู่สัญญาตกลงทำสัญญากันโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรได้

ภาระภาษีสัญญาให้ใช้พื้นที่ แบ่งตามภาระภาษีตามประมวลรัษฎากร ดังนี้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

– กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ให้ใช้พื้นที่

ต้องนำเงินได้จากการให้บริการพื้นที่มารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ (รายได้ทางภาษี – รายจ่ายทางภาษี = กำไรสุทธิ)

ข้อควรระวัง หากให้บริการพื้นที่โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินให้เป็นไปตามราคาตลาดได้ ซึ่งอาจทำให้กิจการต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

– กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ใช้พื้นที่

สามารถจ่ายเงินได้ตามสัญญาให้เช่าพื้นที่ แต่หากเป็นการจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะก็สามารถนำไปหักออกจากรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม

2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

– การหักค่าใช้จ่าย

เงินได้ตามสัญญาให้ใช้พื้นที่ (เงินได้ประเภทที่ 8) สามารถหักได้ตามความจำเป็นและสมควร เอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดจำนวนค่าใช้จ่ายที่จะสามารถหักได้

– การเสียภาษี

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องนำเงินดังกล่าวมารวมคำนวณยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เพื่อเสียภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป และมีหน้าที่ต้องนำเงินได้ตามสัญญาให้ใช้พื้นที่ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนมารวมคำนวณและยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 เพื่อเสียภาษีภายในวันที่ 30 กันยายน ของปีเดียวกัน โดยภาษีที่เสียตามแบบ ภ.ง.ด.94 นี้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษี ที่ต้องเสียตามแบบ ภ.ง.ด. 90

3. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ผู้จ่ายเงินได้ตามตามสัญญาให้ใช้พื้นที่มีหน้าที่หักภาษีและนำส่งต่อกรมสรรพากร ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่มีการจ่ายเงินได้ ดังนี้

– กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นจ่ายเงินได้ตามสัญญาให้ใช้พื้นที่ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3

– กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นจ่ายเงินได้ตามสัญญาให้ใช้พื้นที่ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ประกอบกิจการในประเทศไทย (ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3

4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

การให้ใช้พื้นที่ตามสัญญาให้ใช้พื้นที่ถือเป็นการกระทำที่อาจหาประโยชน์และมีมูลค่า ซึ่งไม่ใช่การขายสินค้า อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7 หากผู้ประกอบการมีรายรับจากการให้บริการเกินกว่า 1,800,000 บาทต่อปี

5. อากรแสตมป์

สัญญาให้บริการพื้นที่ไม่ต้องติดอากรแสตมป์