ต้องบอกว่าปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีสื่อโซเชียลต่างๆ เข้ามาใช้งานในการพาณิชย์ ทำให้อาชีพของใครหลายๆคนมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น บางอาชีพอาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ หรือบางอาชีพอาจกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น และหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือการขายของออนไลน์ และหากร้านค้าขายของออนไลน์นั้นขายดีมีเงินหมุนเวียนในระบบเป็นจำนวนมาก ภาครัฐจึงไม่นิ่งดูดายต้องเข้ามาควบคุมดูแล ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าภาษีขายของออนไลน์เกิดขึ้นครับ

ดังนั้น หน้าที่สำคัญของผู้ประกอบอาชีพค้าขายออนไลน์ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือ เสียภาษีที่เกิดจากรายได้ทางออนไลน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า หรือบริษัทต่างๆ จะต้องยื่นแบบฯ ภาษี และเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั่นเองครับ

บทความนี้ เรา Forward จะมาพูดถึงภาษีเกี่ยวกับ ขายของออนไลน์ว่า ภาษีขายของออนไลน์คืออะไร มีภาษีอะไรบ้าง วิธีเสียภาษีทำยังไง และหากไม่เสียภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายจะมีโทษอย่างไรบ้าง

1 . ภาษี ขายของ ออนไลน์ คืออะไร

ภาษี ขายของ ออนไลน์ คือภาษีเงินได้ประเภทหนึ่ง ที่ได้จากการขายของออนไลน์ ซึ่งใครก็ตามที่มีเงินได้ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ จะต้องมีหน้าที่เสียภาษี เพราะว่าการเสียภาษีนั้น คือหน้าที่ของประชาชนทุกคน แต่ว่าหลายๆคนในปัจจุบันยังเข้าใจว่า การขายของผ่านช่องทางออนไลน์นั้นไม่จำเป็นต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ตรงนี้ทางเราต้องอธิบายให้ชัดเจนว่า หากมีเงินได้ก็ต้องมีหน้าที่เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2 . ภาษี ขายของ ออนไลน์ มีภาษีอะไรบ้าง

2.1 ภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา,นิติบุคคล

ภาษีเงินได้ตรงนี้ ต้องบอกว่าทุกคนที่มีเงินได้จะต้องเสียภาษีตัวนี้ โดยภาษีเงินได้นั้น ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ 1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (กรณีเป็น พ่อค้า แม่ค้า ขายของออนไลน์) เป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป ตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ที่มีรายได้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ ภายในเดือน มกราคม ถึง มีนาคม ของปีถัดไป แต่เงินได้ที่เป็นในส่วนการขายของออนไลน์ จัดเป็นกลุ่มของการทำพาณิชยกรรม กฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นแบบฯ เสียภาษีครึ่งปีด้วย คือรายได้ ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ที่ต้องชำระครับ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (กรณีที่ขายของออนไลน์และได้จดทะเบียนเป็น บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วน) เป็นภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ ในประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยนำกำไรสุทธิของบริษัท มาคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล และยื่นแบบฯ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี โดยยื่นภายในสองเดือน นับตั้งแต่วันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี และยื่นแบบสิ้นปี โดยยื่นภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

2.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หากพ่อค้า แม่ค้า ขายของออนไลน์รายได้เกิน 1.8 ล้านต่อไป กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากจดแล้วจะต้องเก็บภาษีจากการขายสินค้า หรือบริการ โดยบวกเข้าไปในราคาสินค้า หรือบริการ อีก 7% ภาษีมูลค่าเพิ่มถือเป็นภาษีทางอ้อมโดยที่ผู้ประกอบการนั้นจากเรียกเก็บจากผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าและบริการที่บวกลงไปในราคาของผลิตภัณฑ์นั้น และจะนำภาษีนั้นส่งให้กับกรมสรรพกร โดยการยื่นแบบ ภพ.30 ไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

3 . แม่ค้า ขายของออนไลน์ ไม่ยื่นภาษี ระวังสรรพากรเรียกพบ

หากเรามีรายได้จากการขายของออนไลน์ ทางกรมสรรพากรสามารถรู้รายได้จากขายของออนไลน์ของเราได้ เพราะในปัจจุบันมีกฎหมายออกมารองรับทำให้ทางสถาบันการเงินต้องมีการส่งข้อมูลการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับทางกรมสรรพากรตรวจสอบ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1 . หากเมื่อมีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชี 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมียอดรวมทั้งหมดกี่บาทก็ตาม

2 . ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดเงินรวมกันเกิน 2 ล้านบาท

เพิ่มเติม : หากเป็นรายการโอนออกเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ จะไม่นับรวมเป็นรายการที่สรรพากรขอดู

4 . ขายของออนไลน์ ไม่ยื่นภาษี มีโทษอย่างไร

กฎหมายกำหนดไว้ว่า หากมีรายได้และไม่ยื่นภาษี หรือยื่นเกินกำหนดเวลา จะมีโทษทั้งค่าในส่วนค่าปรับ และเงินเพิ่ม จนกว่าจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยภาษีแต่ละตัวจะมีค่าปรับที่ไม่เท่ากัน

1 . ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภงด. 90/91

หากไม่ยื่น หรือยื่นเกินกำหนดเวลา ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากมิได้ชำระเงินภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี ถือว่ามิได้ยื่นแบบ ท่านต้องไปยื่นแบบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับ

2 . ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด.50/51

หากไม่ยื่น หรือยื่นเกินกำหนดเวลา ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากมิได้ชำระเงินภาษีภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของทุกปี ถือว่ามิได้ยื่นแบบ ท่านต้องไปยื่นแบบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับ

3 . ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ. 30

หากไม่ยื่น หรือยื่นเกินกำหนดเวลา ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 500 บาท และหากมิได้ชำระเงินภาษีภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน ถือว่ามิได้ยื่นแบบ ท่านต้องไปยื่นแบบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระเงินภาษี พร้อมเบี้ยปรับ 1-5 เท่า ของยอดภาษีและเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับ