สิ่งที่ควรรู้ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

         เรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Vat เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากซึ่งมันเป็นภาษีทางอ้อม ที่ภาครัฐเก็บจากการขายสินค้าหรือบริการของกิจการต่างๆ โดยบังคับให้กิจการผลักภาระภาษีตัวนี้มาให้ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าที่มาของ Vat 7% นั้นคืออะไร แล้วหากนำไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วอัตราภาษีนี้ถูกจัดเก็บที่เท่าไหร่ และประโยชน์ของการจ่าย Vat 7% ต่อการพัฒนาประเทศคืออะไร เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องนั้น มีดังนี้ครับ

1.ภาษีมูลค่าเพิ่ม

เป็นการเก็บภาษีจากการขายสินค้า หรือบริการ และจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ถือเป็นภาษีทางอ้อมโดยที่ผู้ประกอบการนั้นจากเรียกเก็บจากผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าและบริการที่บวกลงไปในราคาของผลิตภัณฑ์นั้น และจะนำภาษีนั้นส่งให้กับกรมสรรพกรเพื่อเข้าสู่คลังของประเทศเพื่อการใช้จ่ายและพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

 

2.ประเทศที่พัฒนาแล้วเก็บ Vat กี่เปอร์เซ็น

ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้ามีอัตราจัดเก็บภาษี Vat ที่แตกต่างกัน โดยการจัดเก็บภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยนี้ย่อมทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและบริการสาธารณะที่ดีมาก ซึ่งประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลกมีการเก็บภาษี Vat ในอัตราต่างๆ ดังนี้

เฉลี่ยทั้งโลก จัดเก็บที่ 15.5%

จะเห็นได้ว่าประเทศไทย จัดเก็บภาษีมูลค้าเพิ่มในอัตราที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลก ทำให้เกิดปัญหาของประเทศไทยที่ต้องเผชิญคือ การจัดเก็บอัตราภาษีต่างๆ ได้น้อยกว่าที่ควรเป็น กระต่องบประมาณในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ แต่ประชาชนส่วนใหญ่มักจะมองว่าการเสียภาษีคือภาระ ไม่ใช่หน้าที่ของพลเมือง แต่มีความต้องการที่จะได้สวัสดิการที่ดี โครงสร้างพื้นฐานที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับความเป็นจริง เนื่องจากประเทศไทยมีการเก็บอัตราภาษีที่น้อยกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วในปัจจุบัน ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าประเทศใดมีการเก็บภาษีน้อยหรือมาก แต่นำภาษีนั้นไปใช้ในเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรก็อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่จะทำให้ไม่ด้รับบริการสาธารณะที่ดีอย่างที่ควนจะเป็น จึงอยากให้ผู้ที่มีรายได้และถึงเกณฑ์ต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ควรไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยนะครับ

3. ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

4.ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีดังนี้

5.ผู้ประกอบกิจการบางประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย (แต่มีสิทธิแจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ได้แก่)

ถ้าผู้ประกอบการข้างต้นประสงค์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอแจ้งใช้สิทธิเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 01.1 จำนวน 1 ชุด 3 ฉบับ พร้อมกับคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 01

6.วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถทำได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

1.ยื่นแบบคำขอ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ที่ www.rd.go.th

2.ยื่นคำขอ ด้วยกระดาษ ณ หน่วยงานที่จดทะเบียนของที่ตั้งสถานประกอบการ

 

 

7.เมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะได้รับ ใบทั้งเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 20

เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.01 พร้อมเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง ครบถ้วนแล้วจะมีการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.20) ให้ซึ่งจะมีผลให้ ผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตามกฎหมายตั้งแต่วัน ที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นต้นไป

กรณีที่ผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ท้องที่ ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ต้ังอยู่เพียงแห่งเดียว แต่กรมสรรพากรจะออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20) ให้แก่สถานประกอบการทุกแห่ง โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องนำใบทะเบียนดังกล่าวไปแสดงไว้ในที่ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการแห่งนั้นๆ

กรณีที่ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ภายใน 15 วันนับแต่วัน ที่ทราบถึงการสูญหายถูกทำลายหรือชำรุด ซึ่งใบแทนดังกล่าวถือเป็นใบทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

 

8.เมื่อมีความประสงค์จะมีการเปลื่ยนแปลงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

การแจ้งเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงกรณีต่าง ๆ เกิดขึ้น จะต้องยื่นคำขอเพื่อแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลง ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยใช้แบบ ภ.พ.09

9.หน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

มีดังนี้

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากจดทะภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือกำลังมองหาผู้ช่วยในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ จดทะเบียนบริษัท ฯลฯ เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

ติดต่อสอบถาม Forward โทร. 083-983-5169 ทีมงานคุณภาพของเราจะช่วยให้คุณหายปวดหัวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างแน่นอน และมีเวลาให้คุณได้วางแผนธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น