นอกจากเรื่องที่ควรระวังในการเลิกกิจการในเรื่องก่อนหน้านี้ (สิ่งที่ควรระวังเมื่อเลิกกิจการ) สิ่งที่ต้องทำก็คือการแจ้งเลิกบริษัทนั้นเอง ในการแจ้งเลิกขั้นมีขั้นตอนและเอกสารอะไรบ้างที่จะต้องเตรียม ในที่นี้เราจะมาบอกให้ฟังกันค่ะ

แจ้งเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

ขั้นตอนการแจ้งเลิก

  • ออกหนังสือนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อให้มีมติพิเศษในการเลิกบริษัท ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้น และโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • จัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีผู้เข้าประชุมไม่น้อยกว่า 2 คน และจำนวนหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 แห่งทุน
  • และที่ประชุมต้องมีมติพิเศษด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
  • ประกาศหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ครั้ง และส่งหนังสือบอกกล่าวเจ้าหนี้ (ถ้ามี) ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท
  • แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท
  • จดทะเบียนเลิกบริษัท ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท

ในการแจ้งเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องแจ้งอย่างน้อย 2 ครั้งด้วยกันคือ

  • จดทะเบียนเลิกบริษัท
  • ส่งรายงานการชำระบัญชี ***(ส่งก็ต่อเมื่อแแจ้งเสร็จการชำระบัญชีไม่ทัน 3 เดือน)***
  • จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับจดทะเบียนเลิกบริษัท (แจ้งภายใน 14 วันนับจากวันที่ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติเลิกบริษัท)

  • คำขอจดทะเบียนเลิก (แบบ ลช.1)
  • รายการจดทะเบียนเลิก (แบบ ลช 2)
  • คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (กรณีศาลสั่งให้เลิก)
  • สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ครั้งซึ่งลงมติให้เลิกบริษัท โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อรับรองความถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี (แจ้งภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมอนุมัติเสร็จการชำระบัญชี)

  • คำขอจดทะเบียนเลิก (แบบ ลช 1)
  • รายการจดทะเบียนเลิก (แบบ ลช 2)
  • รายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) พร้อมเอกสารประกอบ
  • รายละเอียดบัญชีและสรรพเอกสาร (แบบ ลช 6)
  • สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
  • สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิก
  • แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

แจ้งเลิกบริษัทกับประกันสังคม (กรณีบริษัทขึ้นทะเบียนประกันสังคมไว้)

  • ทำหนังสือแจ้งพนักงานที่จะเลิกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง และจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงานในอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • แจ้งเลิกกิจการโดยยื่นแบบ สปส.6-15 การเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการแจ้งเลิกประกันสังคม

  • แบบ สปส.6-15 การเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง
  • หนังสือรับรองการเลิกนิติบุคคลจากกระทรวงพาณิชย์
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

แจ้งเลิกบริษัทกับสรรพากร (กรณีบริษัทจดทะเบียนกับสรรพากรไว้)

  • ขอแจ้งเลิกประกอบกิจการในทางภาษีมูลค่าเพิ่มกับทางกรมสรรพากร ณ พื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่เลิกประกอบกิจการ
  • ต้องคืนบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ในนามบริษัทที่เลิกภายใน 60 วันตามแบบ ลป.10.3 ซึ่งสามารถยื่นพร้อมกันกับการไปแจ้งเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มได้

เอกสารที่ต้องใช้

  • แบบ ภพ.09 จำนวน 5 ฉบับ
  • ภพ.01 และ ภพ.09 (ฉบับจริง)
  • ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20 (ฉบับจริง)
  • หนังสือชี้แจงการเลิกประกอบกิจการ
  • สำเนาใบเสร็จแสดงการชำระภาษี (ภพ.30) พร้อมสำเนาแบบนับแต่วันแจ้งเลิก ย้อนหลัง 2 ปี
  • สำเนาใบเสร็จแสดงการชำระภาษี (ภงด.50, ภงด.51) พร้อมสำเนาแบบ นับตั้งแต่วันแจ้งเลิก ย้อนหลัง 2 ปี (พร้อมงบการเงิน)
  • หนังสือรับรองการเลิกนิติบุคคลจากกระทรวงพาณิชย์ (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
  • สำเนาบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (พร้อมตัวจริง)
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ทั้งนี้การแจ้งเลิกนั้นอาจจะยุ่งยากกว่าในการเปิดบริษัทอยู่สักหน่อยเพราะจะต้องมีการเก็บรวบรวมเอกสารไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และมีข้อควรระวังที่จะต้องระวังก่อนการแจ้งเลิกบริษัทอีกด้วย จากที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงบางส่วนที่ต้องแจ้งเมื่อเลิกกิจการเพราะถ้ามีการจดทะเบียนอะไรไว้ก็ควรที่จะไปแจ้งเลิกด้วยค่ะ ถ้าหากท่านไหนมีความจำเป็นต้องปิดบริษัทหรือกิจการของตัวเองแล้วไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้างให้เราฟอร์เวิร์ดช่วยดูแลให้ได้ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี