บางท่านที่ยื่นแบบและชำระเงินถูกต้องครบถ้วนอาจจะไม่ทราบว่าเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา นั้นต่างกันอย่างไร หรือแม้แต่ท่านที่เคยโดนเรียกเก็บมาบ้างแต่ยังไม่เข้าใจว่าแต่ละอย่างนั้นต่างกันอย่างไร ในที่นี้เราจะมาบอกให้ฟังค่ะ

เบี้ยปรับ

หลายๆท่านอาจะเข้าใจว่า เบี้ยปรับและเงินเพิ่มนั้นมีความหมายเหมือนกันและใช้แทนกันได้ แต่ในทางกฎหมายแล้วมีความหมายและแนวทางการใช้ที่แตกต่างกัน โดยเบี้ยปรับนั้นเป็นมาตรการลงโทษทางแพ่งกับบุคคลที่เสียภาษีไม่ถูกต้อง หรือละเว้นการยื่นแบบและชำระภาษีซึ่งส่วนใหญ่กฎหมายจะกำหนดให้รับผิดจำนวน 1 เท่า หรือ 2 เท่า ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ ดังนี้

  1. ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา : ปรับ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระ
  2. ยื่นแบบภายในกำหนดเวลาแต่ชำระภาษีไม่ครบ : ปรับ 1 เท่าของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ

อย่างไรก็ตามเบี้ยปรับนั้นอาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยให้เจ้าหน้าที่พิจารณางดหรือลดได้ถ้าหากเจ้าหน้าที่มองว่าผู้กระทำผิดนั้นไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ

เงินเพิ่ม

เงินเพิ่มนั้นเป็นมาตรการลงโทษทางแพ่งกับบุคคลที่ไม่ชำระภาษีหรือไม่นำส่งภาษีให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาจึงมีลักษณะเป็นดอกเบี้ยการผิดนัดชำระหนี้ โดยกรมสรรพากรจะคำนวณเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระ นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่น เว้นแต่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษี และได้มีการชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้น เงินเพิ่มดังกล่าวให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ทั้งนี้จำนวนเงินเพิ่มที่คำนวณได้จะไม่เกินกว่าจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ

ค่าปรับทางอาญา

ค่าปรับทางอาญานั้นเป็นการลงโทษทางอาญาแก่ผู้กระทำความผิดต่อกฎหมายภาษีอากร เช่น ไม่ยื่นแบบ หรือยื่นแบบเกินกำหนดเวลา ซึ่งกฎหมายระบุว่าต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (อายุความ 1 ปี) แต่ในทางปฏิบัติผู้เสียภาษีขอลดค่าปรับได้ โดยกรมสรรพากรได้กำหนดอัตราการเปรียบเทียบค่าปรับให้เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติไว้บางส่วน ดังนี้

  • ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลา อัตราที่พึงเปรียบเทียบปรับ จำนวน 100 บาท
  • เกิน 7 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลา อัตราที่พึงเปรียบเทียบปรับ จำนวน 200 บาท
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิด อัตราที่พึงเปรียบเทียบปรับ จำนวน 1,000 บาท

ทั้งนี้ผู้เสียภาษีมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีให้ถูกต้องตรงตามเวลาที่กำหนด แต่ถ้าหากไม่ได้มีเจตนาทำผิด กฎหมายก็ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่พิจารณาลด หรืองดให้แก่ผู้เสียภาษีตามคำขอได้บางกรณี โดยจะขึ้นอยู่กับการพิสูจน์เจตนาว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือมีความจำเป็นบางประการ ที่ทำให้ไม่อาจปฏิบัติตามกฎหมายได้ หรือถ้าหากท่านใดไม่เข้าใจเรื่องการยื่นแบบหรือกำหนดของระยะเวลาให้ทางเราฟอร์เวิร์ดช่วยดูแลได้ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี