หลายๆท่านอาจจะยังสับสนว่า Start-up และ SME มีความเหมือนกันและใช้เรียกแทนกันได้ ซึ่งในความเป็นจริง Start-up มีความเป็น SME ได้ แต่ SME นั้นไม่ใช่ Start-up ทุกกรณี โดยจะมีความแตกต่างตามตารางดังนี้

ใครเป็นผู้ร่วมลงทุนใน Start-up

ใครเป็นผู้ร่วมลงทุนใน Start-up

นอกจาก Start-up จะเป็นผู้ลงทุนด้วยตัวเองแล้วยังสามารถให้บุคคลอื่นมาร่วมลงทุนได้อีกด้วย โดยแยกผู้ลงทุนได้ ดังนี้

  1. Angel Inverter :คือผู้ลงทุนหรือกลุ่มบุคคลคนที่ใช้เงินตัวเองมาร่วมลงทุน โดย Angel Inverter จัดเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีฐานะทางการเงิน อาจเป็นเจ้าของธุรกิจหรือมีประสบการณ์ทางธุรกิจมาอย่างยาวนาน Angel Inverter มีบทบาทสำคัญในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ โดยสามารถช่วยเหลือและให้คำแนะนำในด้านการลงทุน รวมถึงเครือข่ายที่ตนเองมี ซึ่ง Angel Inverter นั้นจะต้องไตร่ตรองถึงผลตอบแทนให้มากเนื่องจากเข้าไปในช่วงที่ Start-up นั้นยังไม่ค่อยมีรายได้ ซึ่งถ้าเกิด Start-up นั้นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ Angel Inverter ก็จะไม่ได้รับผลตอบแทน แต่ในทางกลับกันถ้าประสบความสำเร็จก็จะได้รับผลตอบแทนตามแต่ตกลงกันไว้
  2. Venture Capital หรือ VC : เป็นกองทุนที่รวบรวมเงินทุนมาจากผู้ลงทุนอื่นๆที่สนใจร่วมลงทุน โดยทั่วไปจะมีระยะเวลาลงทุน 3-5 ปี VC จะเข้ามาในช่วงที่ Start-up นั้นมีรายได้เข้ามาแล้วและต้องการขยายกิจการหรือขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น วงเงินที่สนันสนุนจะเป็นวงเงินที่สูงจน Angel Inverter ไม่สามารถลงทุนได้ โดยแลกกับหุ้นหรือการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการ และเมื่อธุรกิจขยายตัวตามที่คาดหวัง VC ก็จะหาจังหวะถอนตัวเพื่อทำกำไรโดยวิธีต่างๆ เช่น การขายหุ้น เป็นต้น

Start-up และ SME ต่างมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ทุนจดทะเบียน แต่ในความแตกต่างกันก็มีความเหมือนในเรื่องของภาษีอยู่บ้างแล้วแต่กรณี แต่สิ่งสำคัญที่ทั้ง Start-up และ SME ต้องมีเลยคือ การจัดทำเอกสารทางภาษีต่างๆให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีและการเข้าตรวจสอบของสรรพากรค่ะ สามารถจัดทำได้ด้วยตนเองหรือให้สำนักงานบัญชีอย่างฟอร์เวิร์ดเราช่วยดูแลได้ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี