การเพิ่มสาขาของบริษัทคืออะไร เมื่อไหร่ที่ควรจดเพิ่มสาขาหลายท่านที่เปิดบริษัทมาแล้วอาจจะสงสัยว่ากิจการที่ท่านทำอยู่นั้นเข้าข่ายต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขาหรือไม่ในที่นี้เราจะมาบอกให้ฟังกันค่ะ

สถานที่ที่กฎหมายระบุให้จำเป็นต้องจดสาขา มีดังนี้

  1. ใช้ประกอบกิจการ เช่น กิจการร้านอาหาหาร ร้านค้า หรือสถานที่การให้บริการลูกค้า เป็นต้น
  2. ใช้ในการผลิตสินค้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ
  3. เป็นคลังเก็บสินค้า

หากสถานที่ดังกล่าวเป็นลักษณะชั่วคราวไม่ได้ถาวรไม่ต้องจดทะเบียน เช่น การออกบูธขายสินค้า รับเหมาก่อสร้างที่มีการย้ายสถานที่เมื่อก่อสร้างให้ลูกค้าเสร็จแล้ว

หน่วยงานที่ต้องยื่นเอกสารเมื่อมีการเพิ่มสาขาของบริษัท ดังนี้

1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สามารถแจ้งเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ได้มีระยะเวลากำหนดไว้ตายตัวแต่ถ้าหากมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ควรรีบแจ้งเพราะแต่ละที่จะมีระยะเวลาจำกัด ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนเพิ่มสาขากับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีดังนี้

  • บอจ.1
  • คำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • บอจ.4
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสาขา
  • ใบรับรองผู้สอบบัญชี
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • สำเนาบัตรกรรมการ ( Passport , Visa )

2. กรมสรรพากร (ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนกิจการเปิดทำการ) หากเกินระยะเวลาที่กำหนดทางสรรพากรจะมีอัตราค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ราคาจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ยื่นล่าช้าและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ตรวจเอกสารแต่ละพื้นที่) ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนเพิ่มสาขากับกรมสรรพากรมีดังนี้

  • แบบภ.พ. 09
  • สำเนาภ.พ.20 (ของสำนักงานใหญ่และของผู้ให้เช่าหากมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • สำเนาภ.พ.01 ,09 ตัวเก่าที่เคยแจ้งเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ ( หากกรรมการเป็นต่างชาติใช้ Passport , Visa , Workpermit)
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสาขา (ต้องมีชื่อที่แสดงความเป็นเจ้าของ)
  • แผนที่ตั้งสาขาบริษัทที่เพิ่มใหม่
  • สำเนาสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน
  • สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าบ้าน
  • ภาพถ่ายสถานประกอบการ
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ไม่เกิน 6 เดือน
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • ภ.พ. 02 ขอยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน (ถ้าหากไม่ยื่นแบบนี้จะต้องไปยื่นภาษีแยกตามสาขาที่บริษัทมีทั้งหมด)

***หากมีกรณีเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ร่วม เสียชีวิตต้องมีคำสั่งศาลว่าใครเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย

3. สำนักงานประกันสังคม (ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนกิจการเปิดทำการ) ไม่ได้มีข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะเสียค่าปรับหรือมีโทษอย่างไรหากยื่นล่าช้า แต่ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ตรวจเอกสารแต่ละพื้นที่อีกที ) ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนเพิ่มสาขากับสำนักงานประกันสังคมมีดังนี้

  • สปส. 6-15 แจ้งแก้ไข แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ ( หากกรรมการเป็นต่างชาติใช้ Passport , Visa , Workpermit)
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสาขา (ต้องมีชื่อที่แสดงความเป็นเจ้าของ)
  • แผนที่ตั้งสาขาบริษัทที่เพิ่มใหม่
  • สำเนาสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน
  • สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าบ้าน
  • ภาพถ่ายสถานประกอบการ
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ไม่เกิน 6 เดือน
  • หนังสือมอบอำนาจ

***หากมีกรณีเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ร่วม เสียชีวิตต้องมีคำสั่งศาลว่าใครเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย

ทั้งนี้การจะเพิ่มสาขาได้นั้นต้องแจ้งกับหน่วยงานต่างๆที่เราทำการจดทะเบียนไว้ ซึ่งหลายท่านอาจจะเข้าใจว่ายุ่งยากและการจะจดทะเบียนเพิ่มสาขาได้นั้นต้องไปยื่นจดสาขาในพื้นที่ที่สาขานั้นอยู่จริง ซึ่งจริงๆแล้วตามกฎหมายที่ออกมาสามารถให้ไปแจ้งเพิ่มสาขาตามที่ตั้งที่เราทำการจดทะเบียนครั้งแรกได้เลยค่ะ เช่น ถ้าหากเรามีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร และกำลังจะมีการเปิดสาขาที่สงขลา มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่อยู่สำนักงานใหญ่ไว้ก่อนแล้วการจะเพิ่มสาขาก็สามารถทำได้ที่กรุงเทพฯได้เลยค่ะไม่ต้องไปยื่นแจ้งเพิ่มสาขาที่สงขลาอีก หากท่านไหนมีข้อสงสัยในเรื่องการเพิ่มสาขาหรือแม้แต่เรื่องบัญชีสามารถทักมาหาเราฟอร์เวิร์ดได้ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี