ในสมัยก่อนกัญชานั้นจัดเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งใครมีครอบครองก็จะมีความผิดฐานครอบครองยาเสพติด แต่ในปัจจุบันกัญชา กัญชง ได้ถูกนำออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ทำให้ทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษ ยกเว้นสารสกัดที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol) หรือสาร THC เกินร้อยละ 0.2 ยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษ พืชกัญชา กัญชง จึงกลับเข้ามาอยู่ในการควบคุมของกรมวิชาการเกษตรเหมือนพืชทั่วไปที่ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาตแต่ต้องมีการจดแจ้งการปลูก และในส่วนของการนำเข้า มีหลักเกณฑ์ ดังนี้

1. การนำเข้าเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้า (ผู้ประสงค์นำเข้า ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518)

– ขอใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า

  • สำเนาทะเบียนพานิชย์ หรือ หนังสือรับรองนิติบุคคล หรือ หนังสือจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน หรือ เอกสารอื่นแล้วแต่กรณี โดยต้องระบุสถานที่ทำการ และวัตถุประสงค์
  • หนังสือมอบอำนาจ กรณีมาดำเนินการแทน
  • ภาพถ่ายสถานที่ เพื่อแสดงว่ามีความเหมาะสมในการประกอบกิจการ
  • ผู้นำเข้ายื่นคำขอผ่านทางระบบออนไลน์ของกรมวิชาการเกษตร (www.doa.go.th/nsw)
  • สามารถรับใบอนุญาตได้วันถัดไปหลังจากยื่นคำขอ กรณีเอกสารถูกต้องตรบถ้วน

– แจ้งรายการนำเข้า

  • ใบกำกับสินค้า เช่น Invoice, Performa Inv, Packing List
  • รายละเอียดพันธุ์กัญชงที่นำเข้า
  • ใบรับรองสุขอนามัยพืช
  • หนังสือรับรองจากผู้ผลิตว่าเป็นพืชที่ไม่ได้ตัดต่อพันธุกรรม
  • หนังสือรับรองคุณภาพเมล็ตพันธุ์ (ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนประเทศต้นทางให้การรับรอง หรือเป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองด้านการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่องค์กรระหว่างประเทศยอมรับ

– รับสินค้า ณ ด่านที่แจ้งนำเข้า

  • เมื่อดำเนินพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ผู้นำเข้าสามารถติดต่อรับสินค้าได้ ณ ด่านที่นำเข้า
  • ต้องนำเอกสารต้นฉบับตามที่แจ้งไว้ในขั้นตอนแจ้งรายการนำเข้ามาแสดงต่าเจ้าหน้าที่ด้วย

2. การนำเข้ากัญชา กัญชงที่เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้เฉพาะตัว (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้เฉพาะตัว พ.ศ.2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2566

  • ผู้นำเข้าต้องเป็นบุคคลธรรมดา
  • การนำเข้าโดยนำติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรต้องมีหลักฐานแสดงถึงข้อมูลหรือรายละเอียด เพื่อตรวจสอบได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่นำมาใช้เพาะตัวเอง และมีปริมาณตามความจำเป็นที่ใช้ได้ไม่เกิน 90 วัน
  • การนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เฉพาะตัวเอง ต้องมีหลักฐานมาแสดงว่าปริมาณตามความจำเป็นที่ใช้ได้ไม่เกิน 90 วัน พร้อมทั้งยื่นแบบแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์เพื่อใช้เฉพาะตัวเอง (แบบ สมพ.15) พร้อมทั้งข้อมูลก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์ ดังนี้
  1. ระบุชื่อ จำนวน หรือปริมาณ และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมทั้งวิธีในการนำเข้า
  2. แนบใบสั่งหรือสำเนาใบสั่ง หรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขในการบำบัดรักษาผู้ป่วยซึ่งระบุชื่อหรือรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ขนาดที่ใช้ จำนวนและปริมาณ และเหตุผลความจำเป็น
  • ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าต้องไม่เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม ผิดมาตรฐาน เสื่อมคุณภาพ หรือที่ถูกเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับ ใบรับแจ้งรายละเอียด หรือใบรับจดแจ้ง
  • ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าต้องไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
  • ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าต้องไม่มีส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สมุนไพรห้ามใช้
  • ต้องไม่นำเข้าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดหรือบางส่วนขาดไปโดยเด็ดขาด

การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้ากัญชา-กัญชง มีความผิดและโทษอย่างไร

1. กรณีนำเข้ามาในประเทศโดยไม่ผ่านพิธีศุลกากร

ความผิดในลักษณนี้เรียกว่า ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ตามมาตรา 242 คือ ผู้ใดนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่า ของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และการกระทำความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 242 หรือ มาตรา 244 ให้ผู้กระทำต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

2. กรณีนำเข้ามาโดยผ่านพิธีศุลกากร แต่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความผิดในลักษณนี้เรียกว่า ความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ตามมาตรา 244 คือผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดอันเกี่ยวกับของนั้น ต้องระวางโทษไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้หากท่านไหนที่นำเข้าหรือปลูกแล้วจะทำไปผสมใส่อาหารประเภทไหน ควรมีฉลากแจ้งให้ชัดเจนเรียบร้อยเนื่องจากมีคนชอบจำนวนมากก็จริงแต่ยังมีผู้ที่ไม่ชอบหรือถึงขั้นแพ้กัญชาอยู่ด้วยซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ทานเข้าไปได้รับอันตรายได้ หรือหากร้านอาหารที่ใส่กัญชาในอาหารแต่ไม่มีการติดป้ายเตือนจะมีโทษทั้งจำและปรับด้วยค่ะ