ของที่ได้ทำการขนถ่ายจากเรือหรือยานพาหนะขนส่งจากต่างประเทศเข้ามา ทางศุลกากรไม่ได้กำหนดไว้ว่าผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามพิธีศุลกากร แต่หากจะนำออกต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง คือ ต้องยื่นใบขนส่งสินค้าและเสียอากรให้ถูกต้อง แต่หากผู้ใดที่นำเข้าแล้วทิ้งของนำเข้าไว้เกินเวลาที่กรมศุลกากรกำหนด ของนั้นจะเป็นของตกค้างทันที แล้วของตกค้างนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วจะมีหลักเกณฑ์การดำเนินการกับของตกค้างนั้นอย่างไร ในที่นี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ

ของตกค้างเกิดขึ้นได้อย่างไร

1. ของที่นำเขามาในราชอาณาจักรที่เป็นสินค้าอันตราย

คำว่าอันตราย หมายถึง วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์และวัตถุเปอร์ออกไซด์ วัตถุมีพิษ วัตถุที่ทำให้เกิดโรค วัตถุกัมมันตรังสี วัตถุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัตถุกัดกร่อน วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม

สำหรับของนำเข้ามาในราชอาณาจักรที่เป็นสินค้าอันตรายมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติว่าด้วยของตกค้าง ดังนี้

  • กรณีสินค้าอันตรายที่ขนถ่ายข้างลำ หากผู้นำเข้าไม่ได้นำออกไปจากเขตศุลกากรภายใน 5 วัน นับแต่สินค้าอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากร
  • กรณีสินค้าอื่นๆ หากผู้นำเข้าไม่ได้นำออกไปจากเขตศุลกากรภายใน 7 วัน นับแต่สินค้าอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากร

ดังนั้นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรที่เป็นสินค้าอันตรายตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว หากไม่ได้นำของออกไปในเวลาที่กำหนด ของนั้นย่อมเป็นของตกค้างทันที

2. ของนำเข้าอื่นที่ไม่ได้เป็นของอันตราย

ของที่อยู่ในอารักขาของศุลกากรเกิน 30 วัน นับแต่วันที่ของเข้ามาในราชอาณาจักรสำเร็จ โดยผู้นำเข้าไม่มีการดำเนินการใดๆแก่ของนั้น ซึ่งต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ของนั้นไม่ได้ยื่นใบขนสินค้า ไม่ได้เสียอากรต่อกรมศุลกากรหรือไม่มีการวางประกันค่าอากร
  • มีหนังสือแจ้งไปยังตัวแทนของเรือที่นำของเข้ามาแล้วแต่ตัวแทนยังไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง

– ของที่ไม่ได้นำออกไปจากอารักขา ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง มีหลักเกณฑ์แยกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

  • ของที่ได้นำเข้ามามีการยื่นใบขนส่งสินค้าแต่ไม่ได้เสียอากรหรือวางประกันค่าอากร
  • ของที่ได้นำเข้ามามีการยื่นใบขนส่งสินค้าแต่เสียอากร หรือวางประกันค่าอากรไม่ครบถ้วน

3. ของสดของเสียได้

ลักษณะของสินค้าหรืออาหารตามธรรมชาติ เมื่อของสดของเสียที่ยังไม่ได้รับมอบออกไปจากอารักขาปรากฎให้เห็นชัดเจนว่ามีลักษณะบูดเน่าหรือเสียแล้ว

หลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับของตกค้าง

1. ขายทอดตลาด

• เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการขายของตกค้าง ดำเนินการโดยวิธีการประมูลหรือการประกวดราคา ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี หากอธิบดีกรมศุลกากรเห็นว่าจะไม่ได้เงินหรือประโยชน์เท่าที่ควรจะสั่งระงับการขายทอดตลาดนั้นก็ได้ ดังนี้

  • ขายโดยวิธีอื่น
  • จัดการกับของนั้นตามวิธีการของอธิบดีเห็นสมควร

• ดำเนินการกับเงินที่ได้จากการขายของตกค้าง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ดังนี้

  • หน่วยงานที่รับผิดชอบจะหักเป็นค่าอากรแก่ของตกค้างที่ขายเป็นอันดับแรก
  • หากเหลือให้หักเป็นค่าเก็บรักษา ค่าขนย้าย หรือค่าภาระติดพันอย่างอื่น
  • หากเหลือเท่าใดให้ใช้เป็นค่าภาระติดพันต่างๆ ที่ต้องชำระแก่ผู้เก็บรักษาและตัวแทนของเรือที่นำของเข้ามา ตามลำดับ
  • เมื่อหักหนี้แล้ว หากเหลืออยู่ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่เจ้าของจะขอคืนภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ขายของนั้น

2. ทำลายของ กรณีของตกค้าเป็นของเน่าบูด หรือเสียแล้ว

  • สั่งให้ทำลาย
  • จัดการกับของนั้นตามวิธีการที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร

ทั้งนี้การเรียเก็บค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามวิธีข้างต้นสามารถเรียกจากผู้นำเข้าของหรือตัวแทนของเรือก็ได้

3. สั่งให้ผู้นำเข้าของหรือตัวแทนของเรือที่นำของเข้ามา ส่งของนั้นออกไปยังนอกราชอาณาจักร

  • กรณีของนั้นเป็นของเน่าเสีย รวมถึงสารเคมีหรือของอื่นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่บุคคล สัตว์ พืช และธรรมชาติ จะมีหนังสือแจ้งตัวแทนของเรือที่นำเข้ามาให้ส่งของนั้นกลับออกไปทันที
  • เมื่อแจ้งตัวแทนของเรือที่นำเข้ามาให้ส่งของนั้นกลับออกไปแล้ว สำนักงานศุลกากรจะแจ้งกองสืบสวน กองบังคับการตำรวจน้ำหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการคุมเรือ ให้นำของเสียที่เป็นอันตรายออกไปด้วย
  • หากตัวแทนของเรือไม่ปฏิบัติตาม สำนักงานกรมศุลกากรจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป หากพิจารณาแล้วว่าต้องทำลายของนั้นก็ให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนของเรือที่นำข้าเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกณฑ์เบื้อต้นของกรมศุลกากรเท่านั้นหากท่านไหนต้องการจะนำเข้าสินค้าควรศึกษาเกณ์การนำเข้าของแต่ละประเภทของสินค้าให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์กันดีกว่าค่ะ