ในปัจจุบันการจดทะเบียนบริษัทนั้นสะดวกสบายมากขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือพานิชย์จังหวัดเพียงอย่างเดียวแล้ว สามารถจดออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้านได้เลย เพียงแค่ทำการลงทะเบียนยืนยันตัวบุคคลก่อนที่จะเริ่มดำเนินการจดทะเบียน (สามารถอ่านวิธีการจดทะเบียนแบบละเอียด ได้ที่นี่) แล้วจะสามารถยืนยันตัวตนได้อย่างไรบ้าง ในที่นี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ

การยืนยันตัวตนมีทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน คือ

1. ยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC)

วิธีนี้เป็นที่นิยมมากเพราะแค่มีโทรศัพท์มือถือแค่เครื่องเดียวก็สามารถทำได้แล้วเพียงแค่ถ่ายบัตรประชาชน สแกนหน้า และถ่าย VDO ตนเอง ทำตามขั้นตอนที่ทางระบบบอกได้เลยสะดวกมาก ไม่ซับซ้อนไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าใครก็สามารถทำเองได้แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวเท่านั้น ***แต่การยืนยันตัวตนด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ต่างชาติไม่สามารถทำได้***

2. ยืนยันตัวตนด้วยตนเอง

ขั้นตอนนี้ผู้ลงทะเบียนจะต้องนำเอกสาร “คำขอรับ/แก้ไขข้อมูล ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username และ Password)” ไปยืนยันตัวตนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยตนเอง พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง

3. มอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแทน

ขั้นตอนนี้จะคล้ายกับการยืนยันด้วยตนเองเลยเพียงแต่เป็นการมอบอำนาจให้คนอื่นยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแทน ผู้รับมอบอำนาจจะต้องนำเอกสาร “คำขอรับ/แก้ไขข้อมูล ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username และ Password)” ไปยืนยันตัวตนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมบัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ

4. ใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แทนการยืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน

Personal Certificate (ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคล) เป็นใบรับรองฯ ที่ออกให้สำหรับบุคคลทั่วไป เพื่อใช้ในการลงลายมือชื่อดิจิตอล (Digital Signature) การเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล (Data Encryption and Decryption) ซึ่งจะทำให้สามารถยืนยันตัวบุคคล และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีค่าธรรมเนียมรายปีที่ผู้ขอใช้บริการต้องชำระให้กับผู้ให้บริการ (CA) และมีวันหมดอายุของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์

โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมใช้การยืนยันตัวตนแบบข้อ 1 – 3 มากกว่า ในข้อ 4 นี้ แทบจะไม่มีใครใช้เลยก็ว่าได้ค่ะ อย่างที่หลายๆคนอาจจะได้เห็นข่าวกันมาบ้างว่าข้อมูลส่วนบุคคลส่วนใหญ่ที่หลุดออกมานั้นล้วนมาจากหน่วยงานราชการทั้งสิ้น ทำให้หลายคนรู้สึกว่ายังไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายกับความปลอดภัยของข้อมูลที่จะได้รับ และทั้งนี้การยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบอื่นก็ไม่ได้รู้สึกว่ายุ่งยากกว่าการ ใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แทนการยืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียนเลยด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นการยืนยันตัวตนรูปแบบไหนก็ตามผลรับที่ได้ก็ออกมาเหมือนกัน เอาตามที่แต่ละท่านสะดวกอันนั้นคือทางเลือกที่ดีทีสุดค่ะ