ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมกันอย่างมาก เนื่องจากการขายของออนไลน์นั้น มีความสะดวกสบายกว่าการขายของหน้าร้านแบบทั่วไป ทั้งเรื่องต้นทุนต่างๆ ที่ประหยัดกว่าการขายของทั่วไปมากเพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริงๆ แถมลูกค้ายังเห็นได้ทั่วโลกอีก ดังนั้นปัจจุบันจึงมีการขายของออนไลน์กันอย่างมาก

แล้วบุคคลธรรมดาแบบเราๆ ที่ขายของออนไลน์กัน จะต้องไปขึ้นทะเบียนหรือจดทะเบียนอะไรบ้าง เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อไม่ให้ทำผิดกฎหมาย เสียค่าปรับต่างๆ แบบงงๆ จุดนี้ทางเราทีมงาน Forward มีข้อมูลการจดทะเบียนต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายของออนไลน์ มาสรุปให้ทุกคนทราบกัน

1.จดทะเบียนพาณิชย์ (ควรต้องจดนะครับ)

จดทะเบียนพาณิชย์ คือ จดทะเบียนเพื่อให้คนอื่นรู้ว่ากิจการของเรามีการขายสินค้าสินค้าจริง มีตัวตนอยู่จริงๆ จดทะเบียนพาณิชย์จะเหมาะกับกิจการเล็กๆ สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ขายสินค้าหน้าร้าน (ธุรกิจให้บริการ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจด) และ ขายสินค้าออนไลน์

(สำหรับขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นะครับ) สามารถเดินทางไปจดทะเบียนพาณิชย์ ที่สำนักงานเขต 50 เขต แล้วแต่เราอยู่เขตไหน หรือ ตจว. เดินทางไปจดที่เทศบาล หรือ อบต ที่ตัวเองอยู่ได้เลยครับ มีค่าธรรมเนียมตั้งใหม่แค่ 50 บาทเองครับ โดยผู้ปรกอบการต้องไปขอจดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบธุรกิจนะครับ

เพิ่มเติม: ถ้าหากมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ว่าคุณเข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (อ่านรายละเอียด Click) แต่ไม่ได้จด จะต้องระวางโทษเบี้ยปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่ม วันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะทำถูกต้องตามกฎหมาย

2.จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (รายได้ต้องไกล้ 1.8 ล้าน/ปี)

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ การจดทะเบียนกับกรมสรรพากร เพื่อยื่นเสียภาษีขายที่เราต้องบวกลงไปในสินค้าของเรา 7% ให้กรมสรรพากรทุกเดือน แต่สามารถเอาภาษีซื้อมาหักลบภาษีขายได้ อาจจะขอคืนภาษีได้เป็นบางเดือน หากมีภาษีซื้อมากกว่า ซึ่งการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ มีเงื่อนไขอยู่ว่า บุคธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่ขายสินค้าหรือบริการ ทั้งปกติและออนไลน์ ที่มีรายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านขึ้นไป จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แต่ก็ยังมีบางกิจการที่ได้รับยกเว้น Click) ทั้งนี้ถ้าหากรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านต่อปีก็ไม่จำเป็นต้องจดครับ แต่ถ้าหทกต้องการจดทะเบียน ถึงแม้รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านก็ขอจดทะเบียนได้ครับ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถทำเรื่องขอจดเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแบบออนไลน์ได้ด้วยครับ หรือเดินทางไปจดที่สรรพากรพื้นที่ก็ได้ครับ

3.จดทะเบียนการประกอบธุรกิจแบบตรงกับ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) (สำหรับธุรกิจขายตรง)

สำหรับบุคคลธรรมดา ที่ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ โดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ สำหรับบุคคลธรรมดาที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านต่อปี ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. และต้องวางหลักประกัน และถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ถึงแม้รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านต่อปี ก็มีหน้าที่ต้องจด สำหรับผู้ที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน (รายละเอียดเข้าข่าย Click) แต่หลีกเลี่ยงไม่จดทะเบียน มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.จดทะเบียนนิติบุคคล (บจก/หจก.) (จดก็ได้,ไม่จดก็ได้)

ในส่วนของข้อนี้ ต้องบอกว่าการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก็ได้เนื่องจากการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายให้ต้องจดทะเบียน

การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล คือ การจดทะเบียนธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเปลื่ยนสภาพจากการประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล เหมาะกับกิจการที่มีรายได้มากขึ้น และจะต้องมีการติดต่องานกับบริษัทอื่น คาดว่าต้องมีการขยายกิจการ ต้องมีการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ แต่ยังเป็นบุคคลธรรมดาอยู่ ยังไม่มีความน่าเชื่อถือที่มากพอจะขอสินเชื่อต่างๆ แนะนำให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ในรูปแบบ บริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อเพิ่มความหน้าเชื่อถือให้กิจการ

ซึ่งถ้าหากเราขายของออนไลน์และไม่ได้คิดว่ารายได้เพิ่มขึ้น และอื่นๆ ตามที่กล่าวข้างต้น ก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากจดทะเบียนนิติบุคคล หรือกำลังมองหาผู้ช่วยในการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

ติดต่อสอบถาม Forward โทร. 083-983-5169 ทีมงานคุณภาพของเราจะช่วยให้คุณหายปวดหัวกับการจดทะเบียนบริษัทได้อย่างแน่นอน และมีเวลาให้คุณได้วางแผนธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น