การจดทะเบียนพาณิชย์และการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ว่าจะในรูปแบบ บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีความต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน ตรงนี้ทางเราทีมงาน Forward ได้เตรียมประเด็น ความแตกต่างระหว่าง การจดทะเบียนพาณิชย์และการจดทะเบียนนิติบุคคล ให้คุณได้เห็นความแตกต่าง และสามารถตัดสินใจได้ว่า ธุรกิจของคุณที่ทำควรจดทะเบียนพาณิชย์ หรือ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไปเลย

จดทะเบียนพาณิชย์

ผู้ที่เข้าข่ายจดทะเบียนพาณิชย์ ได้แก่

– บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพค้าขาย และมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง(ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ธรรมดา)

– บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล ที่ค้าขายออนไลน์ หรือ เป็นตัวแทนขายผ่าน Website และ ระบบร้านค้าออนไลน์ Lazada,Shopee ฯลฯ (ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์)

การจดทะเบียนพาณิชย์นั้นเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีเจ้าของทำงานเพียงคนเดียว ขายสินค้าหรือบริการง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ข้อดีของการจดทะเบียนแบบนี้ คือผู้ประกอบการจะไม่มีภาระในการทำบัญชีหรือยื่นส่งงบ และมีอิสระในการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาจขาดความน่าเชื่อถือในระยะยาว และหาพนักงานได้ยาก เข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารไม่ค่อยได้ รวมไปถึงยังทำให้เจ้าของธุรกิจต้องมีภาระหน้าที่ทางกฎหมาย ในการรับภาระหนี้สินของธุรกิจแบบไม่จำกัด

บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจที่จดทะเบียนพาณิชย์ ยังมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา ดังนั้น ก็ยังต้องเสียภาษีในอัตราภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา  โดยมีวิธีการคำนวณภาษี มีการคำนวณคิดจาก รายได้หัก ค่าใช้จ่าย, ค่าลดหย่อน โดยจะเสียภาษีในอัตราสูงสุดถึง 35%

จดทะเบียนนิติบุคคล

      การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลนั้น มีหลายรูปแบบ ทั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด และ บริษัทจำกัด เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการโดยส่วนก็จะจดเป็นบริษัทจำกัดเนื่องจากมุมมองของบุคคลภายนอกนิติบุคคลในลักษณะนี้ดูมีความน่าเชื่อถือที่สุดครับ

การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลนั้น เหมาะกับธุรกิจที่มีการร่วมลงทุนกัน ตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไป แล้วแต่รูปแบบนิติบุคคลที่เราเลือกจดทะเบียน ซึ่งการเป็นนิติบุคคลนั้นจะมีความยุ่งยากมากกว่าการที่จดทะเบียนพาณิชย์ที่ยังสถานะเป็นบุคคลธรรมดา โดยการเป็นนิติบุคคลนั้นจะต้องมีการวางระบบต่างๆ มีการแบ่งภาระหน้าที่กันอย่างในกิจการอย่างชัดเจน และยังมีภาระหน้าที่ในส่วนของกฎหมายเพิ่มมากขึ้น  โดยบริษัทต้องจัดมีการทำบัญชีและหาผู้สอบบัญชีเพื่ออนุมัติยื่นส่งงบการเงิน, ยื่นเสียภาษี, ยื่นประกันสังคมให้พนักงาน เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม การเป็นบริษัท ก็ดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่าบุคคลธรรมดาอยู่มาก โดยจะมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” ที่มีตัวตนทางกฎหมาย แยกต่างหากจากเจ้าของธุรกิจ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจะรับผิดชอบในภาระหนี้สินของบริษัทเท่าที่ทุนจดทะเบียนบริษัทเท่านั้น และเนื่องจากมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” ก็จะเสียภาษีในอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่คิดจาก กำไรสุทธิของบริษัท คูณอัตราภาษี โดยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น สูงสุดที่ 20% เท่านั้น

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากจดทะเบียนนิติบุคคล หรือกำลังมองหาผู้ช่วยในการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

ติดต่อสอบถาม Forward โทร. 083-983-5169 ทีมงานคุณภาพของเราจะช่วยให้คุณหายปวดหัวกับการจดทะเบียนบริษัทได้อย่างแน่นอน และมีเวลาให้คุณได้วางแผนธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น