จดทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร คิดว่านี้คงจะเป็นคำถามที่ผู้ประกอบธุรกิจสงสัยว่า การจดทะเบียนพาณิชย์  คืออะไร จำเป็นต้องจดไหม ไม่จดได้ไหม มีความผิดอะไรบ้างถ้าไม่จด และถ้าจดต้องทำอะไรยังไงบ้าง  คำถามทั้งหมดเหล่านี้ เราได้รวบรวม มาจากประสบการณ์การทำงานด้านงานจดทะเบียนที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับ จดทะเบียนพาณิชย์ กันครับ

1. จดทะเบียนทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร

ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่า การจดทะเบียนพาณิชย์ คือ การจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2549 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะในรูปแบบของบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล จะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อเป็นการยืนยันว่า ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงสามารถเพิ่มความหน้าเชื่อถือให้กับกิจการหรือธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของคุณอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันการจดทะเบียนพาณิชย์มี 2 รูปแบบ

1. การจดทะเบียนพาณิชย์ธรรมดา

2. การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( สำหรับธุรกิจที่สามารถชำระเงินได้ทาง ออนไลน์ บนเว็บไซต์ และ แอปพลิเคชั่น )

เพิ่มเติม กรณีที่ขายของออนไลน์ผ่านช่องทาง Social media ที่ไม่สามารถทำการชำระเงินได้บนแพลตฟอร์มนั้นๆ ตรงนี้คุณสามารถทำการจดทะเบียนพาณิชย์แบบธรรมดาได้เลยครับ

คำถามยอดฮิต แล้วจดทะเบียนพาณิชย์ กับ จดทะเบียนนิติบุคคล มันเหมือนกันไหม

ขอตอบตรงนี้เลยนะครับ ว่า จดทะเบียนพาณิชย์ กับ จดทะเบียนนิติบุคคล ไม่เหมือนกันนะครับ ทั้งเรื่องสถานะ หน้าที่ความรับผิดชอบ ความน่าเชื่อถือ และ การเสียภาษี ฯลฯ ตรงนี้ผมขออธิบายคร่าวๆ ก่อนนะครับ ถ้าอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้สามารถกดเข้าไปดูตามลิ้งนี้ได้เลยครับ Clickตรงนี้

  • จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ ยังมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา นะครับ (นอกจากคุณเป็นนิติบุคคลมาก่อนแล้วมาจดทะเบียนพาณิชย์ทีหลัง) และยังสามารถจดด้วยตัวคนเดียวได้ด้วยครับ  การจดทะเบียนพาณิชย์นั้นเป็นการ จดทะเบียนเพื่อเป็นการยืนยันว่า ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มความหน้าเชื่อถือให้กับกิจการของคุณประมาณนี้ ส่วนเรื่องหน้าที่ของคุณที่ต้องปฏิบัติต่อ กรมพัฒฯ และ กรมสรรพากร ก็ยังไม่ต้องทำบัญชี ไม่ต้องยื่นงบการเงิน ส่วนการเสียภาษีก็ยังเสียภาษีในอัตตรา ของบุคคลธรรมดา แต่ว่าความน่าเชื่อถือก็ยังไม่มากเท่า การเป็นนิติบุคคล
  • จดทะเบียนนิติบุคคล การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลนั้น จะมีหน่วยภาษีแยกขึ้นมาอีก 1 หน่วย มีสถานะเป็นนิติบุคคลซึ่ง คุณต้องหาสมาชิกมาร่วมลงทุนด้วย สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ถ้าจดเป็นห้างหุ้นส่วน แต่ถ้าหากจดเป็นบริษัท ต้องมีสมาชิกตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป  ซึ่งคุณก็จะมีหน้าที่และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะว่าต้องทำบัญชี และให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบอีก เพื่อออกงบการเงินเพื่อยื่นต่อกรมพัฒฯ และ กรมสรรพากร ส่วนการเสียภาษีก็จะเสียในอัตราภาษีนิติบุคคล เรื่องความน่าเชื่อถือก็จะมากกว่าบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์

2. ข้อดีของการจดทะเบียนพาณิชย์

ข้อดีของการจดทะเบียนพาณิชย์ จะเป็นหลักฐานสำคัญทางการค้า ซึ่งจะช่วยผู้ค้าขายสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า และจะทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า ร้านค้าของเรามีอยู่จริง ลูกค้าสามารถรับ คืน เปลี่ยนสินค้าได้ หากสินค้ามีการชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ภายในระยะเวลาที่ทางร้านรับประกัน นอกจากนี้ทะเบียนพาณิชย์นี้ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอกู้ซื้อรถ ซื้อบ้าน และหาเงินลงทุน ในร้านค้าของตนเองได้ด้วย

3. ใครบ้างที่มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

    1. บุคคลธรรมดา (กิจการเจ้าของคนเดียว)
    2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ และ นิติบุคคล อื่นๆ (ยกเว้น นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติหรือ พระราชกฤษฎีกา)

4. ใครบ้างที่ได้รับการยกเว้นจดทะเบียนพาณิชย์

    1. พ่อค้าแม่ค้าแผงลอย หรือหาบเร่
    2. ผู้ประกอบกิจการค้า เพื่อการบำรุงศาสนา และการกุศล
    3. ผู้ประกอบกิจการค้าที่เป็นนิติบุคคล (แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น)
    4. กิจการการค้าของกระทรวง ทบวง กรม
    5. กิจการการค้าของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
    6. กิจการการค้าของกลุ่มเกษตรกรที่ได้จดทะเบียน (หมายถึงจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ของกลุ่มเกษตรกร)

5. หน้าที่ของผู้ประกอบการพาณิชยกิจ

  1. ต้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ เริ่มประกอบ เปลี่ยนแปลง หรือ เลิกกิจการ
  2. ต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย
  3. ต้องจัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจไว้หน้าสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขาโดย เปิดเผยภายในเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนพาณิชย์ ป้ายชื่อให้เขียนเป็นอักษรไทย อ่านง่ายและชัดเจน จะมีอักษร ต่างประเทศในป้ายชื่อด้วยก็ได้ และจะต้องตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ หากเป็นสำนักงานสาขาจะต้องมีคำว่า “สาขา” ไว้ด้วย
  4. ต้องยื่นคำขอใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สูญหาย หรือชำรุด
  5. ต้องไปให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการจดทะเบียนตามคำสั่งของนายทะเบียน
  6. ต้องอำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเข้าทำการตรวจสอบในสำนักงานของผู้ประกอบกิจการ

6. ถ้าจะจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องไปสถานที่ไหน

    1. สำนักงานทะเบียนพาณิชย์กรุงเทพมหานคร
    2. สำนักงานทะเบียนพาณิชย์เมืองพัทยา
    3. สำนักงานทะเบียนพาณิชย์เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่
    4. หรือถ้า สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ต่างประเทศ แต่มีสาขาอยู่ในประเทศ ก็ให้ไปที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ ที่ไกล้สาขา จดทะเบียนในท้องที่นั้น

7. เอกสารอะไรบ้างที่ใช้ประกอบในการจดทะเบียน

รายละเอียดเอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์ ก็จะแตกต่างกัน แล้วแต่ว่าเราเป็นบุคคล ธรรมดาหรือนิติบุคคล

ท่านสามารถเข้าไปดูรายเอียดได้ตามลิ้งนี้ รายละเอียดเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (โปรดคลิก)

ส่วนเอกสารท่านสามารถดาวโหลดได้ตามลิ้งนี้เลยครับ www.dbd.go.th /ดาวน์แบบฟอร์ม/ทะเบียนพาณิชย์

8. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนพาณิชย์

การขอดำเนินการตาม พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ฯ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประเภทของการดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ 50 บาท
  2. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ครั้งละ 20 บาท
  3. จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ 20 บาท
  4. ขอให้ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ 30 บาท
  5. ขอตรวจเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ครั้งละ 20 บาท
  6. ขอให้เจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ฉบับละ 30 บาท (หนึ่งคำขอ คิดเป็น หนึ่งฉบับ)

9. โทษเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์

  1. ประกอบพาณิชย์ที่ไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ปากคำ และไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในสำนักงาน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากยังไม่จดทะเบียน จะโดนปรับต่อวันอีก วันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
  2. ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายไม่ยื่นคำร้องขอใบรับแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานที่เห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่องปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
  3. ผลกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริตปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการจะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียน พาณิชย์แล้วจะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
  4. กรณีถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนต่อไปมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ

ถ้ามาถึงตรงนี้แล้วหากท่าน ยังมีข้อสงสัยตรงไหน สามารถติดต่อมาหาเราได้ ยินดีให้คำปรึกษาครับผม

Tel: 083-983-5169

E-mail: [email protected]